Monthly Archives: June 2016

ภาพ Official New Honda Freed

New-Honda-Freed456
New Honda Freed มาพร้อม Solid Wing Face เป็น Them Design ออกแบบโดดเด่นที่พบได้ในรถยนต์ฮอนด้าหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็น Honda Jazz GK , Honda BR-V ที่มาพร้อมกระจังหน้าและกันชนหน้าสปอร์ตมากขึ้นด้านข้างยังใช้เส้นสายเหมือนเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงเช่น บริเวณเสา A เฉียบคมมากขึ้น กรอบประตูหน้าถูกเอียงเกือบ 45 องศา กระจกบานเล็กบริเวณเสา A แนวเส้นสายด้านบนคล้ายรุ่นเดิม และด้านข้างมาพร้อมเส้นสายเพิ่มมิติตัวถังมากขึ้น โดยภาพรวมแล้วการออกแบบเป็นไปในแนวสปอร์ต พร้อมการเพิ่มไฟท้ายใหม่ แนวหลังคาจากด้านหน้ามีการเล่นระดับส่วนนูน ส่วนเว้า ลากยาวไปถึงด้านหลังออกแบบส่วนท้ายให้เหมือนมีสปอยเลอร์เล็กๆ พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 Honda Freed มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร 3 สูบ เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (PS) Honda Freed เตรียมเปิดตัวญิปุ่นแต่สำหรับบ้านเราคงต้องรอไปก่อน และคาดว่า Toyota Sienta Mini MPV จะเปิดตัวในงาน Motor Expo 2016 นี้

ความผิดในความถูก ธรรมอุปมาของ หลวงปู่ชา สุภทฺโท

5562256363220

ความผิดในความถูก ธรรมอุปมาของ หลวงปู่ชา สุภทฺโท

๑. จะหลุดพ้นได้ต้องเริ่มจากการเห็นโทษ

ให้เอาจิตพิจารณากายนี้ให้รู้จัก เมื่อรู้จักแล้วมันก็เป็นสิ่งไม่แน่นอน เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น เมื่อเห็นเช่นนี้ จิตใจของเราก็จะเกิดความเบื่อหน่าย เบื่อหน่ายในใจในกายนี้ว่าไม่แน่นอน ไม่คงเส้นคงวา ก็อยากจะหาทางออก หาทางพ้นทุกข์

เปรียบประหนึ่งนกที่อยู่ในกรง เห็นโทษว่าจะบินไปมาที่ไหนไม่ได้ ใจพะวักพะวนดิ้นรนจะออกจากกรงอันนั้น เบื่อกรง เบื่อที่อยู่ ถึงแม้ว่าจะให้อาหารให้กินอยู่ใจมันก็ยังไม่สบาย เพราะมันเบื่อกรงที่ขังมันไว้

จิตใจเราก็เหมือนกัน เมื่อเห็นโทษ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในรูปในนามนี้แล้ว มันก็จะพยายามพิจารณาให้ออกจากวัฏสงสารอันนั้น

๒. กราบพระ แต่ไม่เห็นพระ

คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นทำ คนให้หมดให้พระเกิดขึ้นมา ก็คือ ทำความผิดให้มันหมดไป ความถูกจึงจะเกิดขึ้นมา ทำความชั่วให้หมดไป ความดีก็จะเกิดขึ้นมา

อย่างบ้านของเรามันสกปรกไม่สะอาด ถ้าเราเอาไม้กวาดมากวาดแล้วก็เช็ดสกปรกออกมันก็สะอาดเพราะสกปรกมันหายไป

ถ้าความผิดยังไม่หมด ความถูกก็เกิดขึ้นไม่ได้ นี่ถ้าเราไม่ภาวนาเราก็ไม่รู้ความจริง

ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีอำนาจมาก ถ้าทำความเปลี่ยนจิตใจไม่ได้ก็ไม่ใช่ธรรมะที่มีอำนาจ แต่ธรรมะนี้ทำปุถุชนสามัญชนให้เป็นอริยชนได้ เพราะธรรมะให้คนที่มีความเห็นผิด เกิดความเห็นถูกขึ้นมาได้

๓. เอาตนเองเป็นพยาน

ธรรมะนี้เปรียบเหมือนผลไม้ที่เราไปบ้านญาติบ้านเพื่อน แล้วเขาเอาผลไม้ฝากเราหยิบผลไม้ไว้ในมือของเรา แต่เราก็ไม่รู้เปรี้ยว หวาน ฝาดอะไรต่าง ๆ คือจับผลไม้แล้วก็ยังไม่รู้รสของผลไม้ จะรู้รสก็ต้องเอามาทานขบเคี้ยว จึงจะรู้ว่ามันเปรี้ยว มันหวาน มีรสชาติต่าง ๆ ตามสัญญาของเรา

ธรรมะนี้ก็เหมือนกันฉันนั้น ทุกอย่างท่านให้เอาตนเองเป็นพยาน ไม่ต้องเอาคนอื่น เรื่องของคนอื่นตัดสินได้ยากลำบาก เพราะเป็นเรื่องของคนอื่น

ถ้าเป็นเรื่องของเราแล้วมันง่ายที่สุด เพราะความจริง มันอยู่กับเรามีเราเป็นพยาน

ธรรมะนี้เมื่อฟังแล้วก็ต้องเอามาภาวนาให้เป็นปริยัติศาสนา ปฏิบัติศาสนา ปฏิเวธศาสนา

ปริยัติคือการเรียนรู้ รู้แล้วเอามาปฏิบัติตามก็เกิดความรู้ขึ้นมาตามความเป็นจริง ถ้าฟังเฉย ๆ ก็รู้ด้วยสัญญา เอาไปพูดก็ตามสัญญา ไม่ได้พูดความจริงให้ฟัง นี่เราจึงยังเข้าไม่ถึงธรรมะ ไม่สอดส่องธรรมะ ใจยังไม่เป็นธรรมแต่พูดเป็นธรรมได้ ทำเป็นธรรมได้ นี่เรียกว่ายังไม่สมบูรณ์แบบ ตามทางพุทธศาสนา

วัตถุมงคล เสื่อมหรือไม่เสื่อม หลวงปู่บุดดา ถาวโร

98451953

วัตถุมงคล เสื่อมหรือไม่เสื่อม หลวงปู่บุดดา ถาวโร

แต่ละวันจะมีญาติโยมมากราบหลวงปู่ ถามธรรมะบ้าง ของของแจกบ้าง วันหนึ่งมีกลุ่มชายฉกรรจ์มากราบ พร้อมขอเหรียญหลวงปู่ ชายคนหนึ่งก็ถามหลวงปู่ว่า วัตถุมงคลและของต่าง ๆ ที่หลวงปู่แจกถ้าเก็บไว้นาน ๆ ไปของเสื่อมไหมครับ หลวงปู่ตอบว่า ของไม่เสื่อมหรอก นอกจากเราจะเสื่อมศรัทธาจากของเอง

จากหนังสือหลวงปู่สอนศิษย์

Suzuki Swift SAI

Suzuki-Swift-4567

Suzuki Swift บ่งบอกสไตล์ตัวของคุณอย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม เหมาะสำหรับเป็นรถส่วนบบุคคล หรือ รถครอบครัวเป็นอย่างมาก อบอุ่นเมื่อได้ขับขี่ ไม่ว่าทางไกลหรือไกล้ ก็ไม่ใช่ปัญหา ที่ ซูซูกิ สวิฟท์จะไปไม่ได้ รวมถึงการประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร ให้คุณอุ่นใจประหยัดทุกจังหวะการขับขี่ ตัวถังมีให้เลือก 3 สีได้แก่ – สีม่วง Moonlight Violet – สีแดง Ablaze Red Pearl – สีขาว Snow White Pearl เครื่องยนต์ 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์วพร้อมระบบวาล์วแปรผันทิ้งไอดีและไอเสียให้จังหวะการทำงานของวาล์วเหมาะสมที่สุดกับสภาพการขับขี่จึงสามารถให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นและลดมลพิษได้มากขึ้นเช่นกัน พร้อมเทคโนโลยีเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ Sub-Trasmission ช่วยให้กินน้ำมันได้น้อยลง และ ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

All New Suzuki Swift 2016-2017 ราคา

Suzuki Swift รุ่น 1.2 M/T รุ่น GA 442,000.

Suzuki Swift รุ่น 1.2 M/T รุ่น GL 480,000.

Suzuki Swift รุ่น 1.2 A/T รุ่น GA 478,000.

Suzuki Swift รุ่น 1.2 A/T รุ่น GL 516,000.

Suzuki Swift รุ่น1.2 A/T รุ่น GLX 564,000.

Suzuki Swift รุ่น RX 1.2 A/T รุ่น GLX 599,000.

Suzuki Swift รุ่น SAI CVT 599,000 บาท

(สีขาว เพิ่ม 5,000)

เช็คราคาและรายละเอียดเพิ่มได้ที่นี่ http://www.automotor789.com/search/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C/price-suzuki/

เมตตาคือศาสตรา ที่ใครก็มิอาจต้านทาน

เมตตาคือศาสตรา ที่ใครก็มิอาจต้านทาน
78945685

สิ่งใดที่เรายิ่งรักมาก สิ่งนั้นยิ่ง จะทำร้ายเราได้มาก

สิ่งใดที่เรารักน้อย สิ่งนั้นยิ่ง จะทำร้ายเราได้น้อย

สิ่งใดที่เราไม่รักเลย สิ่งนั้นเราก็ จะเฉยๆ ไม่ได้ทำความทุกข์อะไรให้กับเราเลย

นี่คือสัจธรรมของความรัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในโลกนี้เราไม่ควรรักใครเลย หากแต่ที่เหนือกว่าคำว่า “รัก” และก้าวพ้นความ “ทุกข์” ได้ยังมีอยู่ คือ “ความเมตตา” เพราะเมตตาไม่ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยน หรือการผูกมัดใดๆ เหมือนเวลาที่เราหยอดเงินใส่ขันของคุณยายชราที่นั่งขอทานอยู่บนสะพานลอย หรือการซื้อหมูปิ้งหยิบยื่นให้กับสุนัขจรจัดข้างถนน หรือแม้กระทั่งการรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้านของเราเอง ที่เราก็ไม่ได้หวังอะไรมากมาย เพียงแค่อยากเห็นเขาเจริญเติบโต อยู่ดีมีสุข แล้วความชุ่มฉ่ำจากการได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขเช่นนี้ คือ ค่าตอบแทนที่เราก็พึงพอใจอยู่แล้วในตัวเอง ซึ่งนี่ก็คือเรื่องของความเมตตา

ความเมตตาโดยลักษณะแล้วคือ ความหวังดี เราดีอย่างไรก็ปรารถนาให้เขาดีอย่างนั้น เป็นการรักผู้อื่นเหมือนกับรักตนเอง เป็นความรักแท้ที่ไม่เจือปนด้วยอำนาจของราคะ และความเร่าร้อนใดๆ ความเมตตาตัวเดียวจะทำงานแบบครบวงจร คือ สร้างความเย็นอย่างชุ่มฉ่ำ ทำลายความเกลียดชัง ดึงดูดผู้คนเข้ามาหา ลดความยึดถือว่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และแทนที่เงามืดของความเห็นแก่ตัวด้วยความปรารถนาดี

ปัจจุบันผู้คนต้องการความรักและความสำเร็จ จึงมีอยู่ไม่น้อยที่เที่ยวแสวงหาสิ่งต่างๆ มาเป็นเครื่องมือในการสู้รบปรบมือกับโลกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขัน พวกที่ตกเป็นเหยื่อของสังคมและตกเป็นทาสของโทสะก็ไปหาอาวุธศาสตราอย่างมีดหรือปืนมาใช้ทำลายกัน บางพวกก็ใช้ปากหรือปลายปากกาเที่ยวใส่ร้ายป้ายสีกัน บางพวก ก็ต้องสยบยอมให้พวกมีอิทธิพลมา หนุนหลัง บางพวกก็หันหน้าเข้าหาไสยศาสตร์ ส่วนที่ดีหน่อยก็ไปหาวัตถุมงคลจากสำนักเกจิอาจารย์ต่างๆ โดยหมายจะให้ชีวิต มีความสะดวกราบรื่นมั่นคง ทั้งเรื่อง ของชีวิต ความรัก การเงิน และการงาน

แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่า “เมตตา” นี่เอง ที่เป็นดุจเครื่องทรงอันมหาเสน่ห์ ที่จะดึงดูดความรักและความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม อีกทั้งยังเป็นอาวุธที่ไม่มีผู้ใดอาจหาญต้านทานได้ ถ้าจิตของเรามีความเมตตาเป็นปกติ ไม่โกรธเกลียด ไม่อิจฉาริษยาใคร ใจเราจะเยือกเย็นเป็นสุข และพร้อมจะดึงดูดความรักของใครต่อใครเข้ามาหา เมื่อผู้คนเป็นจำนวนมากรักใคร่นิยมในตัวเรา ความสำเร็จก็อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ นอกจากนี้ตัวเมตตาจะปรุงแต่งให้หน้าตาและผิวพรรณมีความชื่นบานผ่องใส สวยสดงดงามขึ้นมา และยิ่งมีเมตตามากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีสภาพที่เปล่งปลั่งผ่องใสมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ความเมตตาจึงเป็นสุขทั้งภายใน และภายนอก ยิ่งมีเมตตามากขึ้น เท่าไหร่ อานุภาพก็จะยิ่งแผ่ขยายอาณาเขตออกไปได้กว้างขวางมากขึ้นเท่านั้น… ในเมื่อเมตตาดีขนาดนี้ แล้วทำไมเราจึงไม่ควรจะฝึกให้ใจมีเมตตากันให้มากไว้ตั้งแต่วันนี้ล่ะ?

บทความโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ภัยที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทกัน

ภัยที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทกัน

469466

คําว่า วิวาท หมายถึง การทะเลาะกัน พูดไม่ถูกใจกัน พูดไม่ตรงกัน สาเหตุเกิดจากคนที่มีอัธยาศัยหรือมีจิตใจไม่เหมือนกัน ทำให้พูดไม่เข้าใจกัน เว้นแต่ผู้ที่ได้รับการศึกษาอบรม จนรู้จักผิดชอบชั่วดีแล้ว เคารพในเหตุผล มีศีลธรรมประจำใจ จึงจะพูดกันเข้าใจและถูกใจกันได้

การทะเลาะวิวาท เมื่อยังไม่ลุกลามใหญ่โต อาจระงับได้ด้วยการปรับความเข้าใจกันให้ถูกต้อง เมื่อไม่สามารถจะปรับความเข้าใจกันได้ อาจลุกลามใหญ่โต เป็นเหตุให้เกิดความแตกร้าวกันยิ่งขึ้นไปไม่จบสิ้น

การทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นได้เพราะมีมูลเหตุ ไม่ใช่เกิดขึ้นเอง ถ้าทุกคนมีความประสงค์ในสิ่งเดียวกัน ต่างแก่งแย่งกันเพื่อให้ได้ในสิ่งเดียวนั้น เพราะของสิ่งเดียวไม่อาจแจกจ่ายให้หลายคนได้ เมื่อคนหนึ่งได้ อีกคนหนึ่งย่อมไม่ได้ เมื่อไม่ได้ก็เป็นเหตุให้เกิดความขัดใจในเบื้องต้น ซึ่งความขัดใจนี่แหละเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท ประหัตประหาร ล้างผลาญ เบียดเบียนกัน

การทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว ก็สามารถทำให้ครอบครัวนั้นไม่เป็นปกติสุข เพราะเมื่อเกิดทะเลาะวิวาทกันขึ้นแล้ว ความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในครอบครัวก็ไม่มี มักจะเกิดเรื่องทะเลาะกันอยู่ประจำ เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ จนถึงแตกร้าวกันในที่สุด

การทะเลาะวิวาทที่เกิดภายในครอบครัวยังทำให้ประสบภัยถึงเพียงนี้ ถ้ายิ่งแผ่ขยายกว้างออกไปจนถึงหมู่คณะ สมาคม และประเทศชาติแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ภัยพิบัตินั้นๆ จะมีมากสักเพียงใด

ในที่สุดก็ต้องถึงความพินาศวอดวายไปตามๆ กัน เพราะการทะเลาะวิวาท เป็นเหตุเริ่มต้นที่จะแยกส่วนต่างๆ ออกจากกัน แยกหมู่คณะ แยกสมาคม และประเทศชาติให้เป็นหมู่เป็นเหล่า เป็นการตัดทอนกำลังที่รวมกันเป็นปึกแผ่นให้เสียกำลังโดยลำดับ

เมื่อพิจารณาเห็นภัยที่เกิดจากการทะเลาะวิวาทแล้ว หวังจะทำให้ตนเจริญ ให้สามัคคีกลมเกลียว เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หวังจะมีเพื่อนมาก ก็จะต้องปรับความเห็นของตนเสียใหม่ ที่เคยมีความเห็นเข้ากับตัว ก็ต้องทำความเห็นนั้น ให้เป็นความเห็นที่ร่วมกับหมู่คณะได้ โดยยึดประโยชน์และศีลธรรมเป็นหลัก

การทะเลาะวิวาทจะสงบได้ ต้องพิจารณาถึงผลเสียของการทะเลาะกัน และให้เห็นถึงผลดีของการไม่ทะเลาะกัน เมื่อนั้น ก็กลับกลายเป็นความสมัครสมานสามัคคีปรองดอง มีจิตใจชื่นบาน เป็นมิตรเป็นสหายกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ความสามัคคี คือ ความพร้อมเพรียง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง หรือไม่แก่งแย่งกัน พร้อมเพรียงกันด้วยกำลังกาย กำลังใจ เมื่อมีความพร้อมเพรียงกันแล้ว ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลสมบูรณ์ดีเต็มที่ ไม่มีความบกพร่อง

ความสามัคคี มีอยู่ในหมู่ชนกลุ่มใด หมู่ชนกลุ่มนั้น ย่อมดำเนินไปสู่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อมทราม ดังนั้น ควรพิจารณาเห็นโทษของการทะเลาะ และเห็นอานิสงส์ของการไม่ทะเลาะกันแล้ว จากนั้นพึงสามัคคี ประนีประนอมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อความสุขสวัสดี ไม่มีภัยแก่ตนและประชาชน ตลอดถึงประเทศชาติเป็นที่สุด

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

บทความโดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

เรื่องธรรมะ

48676527

ธรรมชาติของความขัดแย้ง บ่อยครั้งเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ด้วยการเห็นคนละอย่าง ซึ่งบางคราวก็ไม่ใช่เรื่องของความผิดถูก แต่เป็นเรื่องของมุมมองและความต้องการที่แตกต่าง แต่กลับนำไปสู่การถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย และกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้งกันในที่สุด แม้แต่เรื่องของธรรมะก็เช่นเดียวกัน ที่มักจะมีการถกเถียงหรือขัดแย้งในการตีความที่แตกต่างกัน ซึ่งโดยสรุปมีเหตุอยู่ 2 ประการ คือ พอคุยไปคุยมา ต่างคนก็ต่างเกิดทิฏฐิขึ้นมา จึงต้องการเอาชนะคะคานกัน ประการที่สอง คือ ความรู้ยังไม่ถึงจุดนั้น จึงไม่สามารถชี้แจงแสดงเหตุให้เด็ดขาดลงไปได้ จึงกลายเป็นว่าต้องถกเถียงกันไปเรื่อยๆ

ทั้งที่จริงธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นอริยสัจ ไม่ใช่ปรัชญา คือ เป็นความจริงแท้อันประเสริฐ มีความบริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ในตัว ตัดออกก็ขาด ต่อเข้าก็เกิน เป็นสิ่งอันสำเร็จรูปและสมบูรณ์พร้อม รอเพียงให้นำไปปฏิบัติตามจนเกิดผลเท่านั้น และเรื่องของธรรมะจะมีข้อยุติเมื่อปฏิบัติจนผลเกิดขึ้นกับตนจริงๆ หากแต่ในปัจจุบันแม้จะมีผู้ศึกษาธรรมะอยู่จำนวนไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่ยังเพียงแค่อ่าน คิด และวิเคราะห์ ยังมิได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง จึงทำให้มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายไปตามทิฏฐิของแต่ละคน เหมือนคนที่เห็นแต่สีสัน หน้าตา แต่ยังไม่ได้ลิ้มรสแกง ก็ย่อมไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนลงไปว่า แกงนี้มีรสชาติเป็นอย่างไร

ดังนั้นถ้าใครมาชวนเถียง หรือมาพูดเพราะคิดว่าตัวเองมีความฉลาดในเรื่องของธรรมะ เพราะอ่านมามาก ศึกษามาเยอะ เรียนจบมาสูง จึงต้องการจะเปลี่ยนเราให้คิดแบบเขา เมื่อเราพิจารณาดูแล้ว เห็นว่าไม่สอดคล้องต้องกับการปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ ในลักษณะของ ศีล สมาธิ ปัญญา ยิ่งฟังยิ่งทำให้เกิดความเร่าร้อน หรือมีความกังวล ก็พยายามหาทางหลีกเลี่ยง เพราะยิ่งคุยกันก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง แล้วถ้าเริ่มมีการถกเถียงกันโดยใช้วาจาที่รุนแรงขึ้นหรือเสียงดังขึ้น ก็พึงรู้ว่าขณะนั้นกำลังขาดสติ ถ้าคุยเรื่องธรรมะแล้วขาดสติ ก็เท่ากับว่าสิ่งที่เรียนรู้มา ยังมีผลไม่เพียงพอที่จะทำให้ออกจากทุกข์ได้

พระพุทธเจ้าจึงสอนเรื่องการใช้สติในการพูด เพื่อไม่ให้ทิฏฐิมานะกำเริบกระทบกันจนเกิดเรื่องไว้ว่า “อย่าพูดในเรื่องอันเป็นเหตุให้เถียงกัน เพราะเรื่องอันเป็นเหตุให้เถียงกันจำเป็นต้องพูดมาก บุคคลที่พูดมากจิตใจย่อมฟุ้งซ่าน ผู้ที่มีจิตฟุ้งซ่านก็จะห่างจากสมาธิ” แปลว่ามีแต่เสียกับเสีย

จึงไม่ควรเสียเวลาไปเถียงกับใคร อย่าเอาเป็นเอาตายกับความถูกผิดจนชนิดกินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาก็เชื่อของเขาอย่างนั้น พอถึงเวลาคุยกันไม่รอด เราก็หยุด แล้วก็เพียงแค่ปล่อยเขาไป ส่วนใจเราขอให้อยู่ด้วยความเข้าใจโลกว่าต้องมีความแตกต่าง อย่าดื้อดึง สร้างเหตุให้ขัดแย้งกัน อย่าโมโหโกรธาคนที่คิดต่าง อย่าขึงเกลียดกับพวกที่ผิดพลาด เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นต่อให้เราเป็นฝ่ายถูก ก็ยังถือว่าผิดอยู่วันยังค่ำ

เพราะถ้าอยู่อย่างเข้าใจความแตกต่าง เราจะอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างสบาย…

บทความโดย พระเฉลิมชาติ ชาติวโร พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐