Month: April 2016

หลวงพ่อเล็ก วัดประดู่เรียง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลป.เล็ก ปุญญโก เดิมชื่อ ทองแก้ว มธวสู ลป.เป็นผู้ที่ไม่ติดยึดกับชื่อเสียง เมื่อมาอยู่วัดประดู่เรียง มีคนเรียกท่านว่า อาจารย์เล็ก จนติดปาก ท่านก็มิได้ทักท้วง จนมีคนรู้จักชื่อจริงท่านน้อยมาก.. เป็นบุครของ นางด้วน นายร่ม มธวสู เกิดที่ บ้านควนถบ ลำปำ จ.พัทลุง เมื่อ ปีพศ.2422 เมื่อ อายุ ได้ 7ขวบ โยมพ่อได้นำไปฝากให้เรียน หนังสือ กับหลวงลุง คือพ่อท่านสมภารเกลื่อม แห่งวัดทะเลน้อย ซึ่งเป็น สหธรรมมิก กับพระอาจารย์ทองเฒ่า ปรมาจารย์ผู้พร้อมด้วยอภิญญาแห่งวัดเขาอ้อ คนรุ่นเก่าเล่าว่า พระอาจารย์ทองเฒ่า เหมือนดวงอาทิตย์ จำเริญด้วย อิทธิฤทธิ์ มากมาย พ่อท่านสมภารเกลื่อม เหมือนดวงจันทร์ คือถึงพร้อมด้วย บุญญฤทธิ์ อันประเสริฐ ท่านมีบุญญาภินิหารมากมายจน ท่านพระอาจารย์ทองเฒ่า ยอมรับ…พ่อท่านสมภารเกลื่อม สามารถ ทำให้ จรเข้2น้ำ ชึ่งดุมากๆเชื่องได้ จนเด็กขึ้นขี่หลังและจับเล่นได้ ซึ่งต่อมา ลป.เล็กก็ ทำได้เช่นกัน.. ต่อมาลป.เล็ก อายุได้14ปี ก็ได้บวชเณร โดยมีพระอาจารย์ทองเฒ่า ปรมาจารย์ผู้พร้อมด้วยอภิญญาแห่งวัดเขาอ้อ เป็นพระอุปัฌชาย์ ท่านได้เดินทางไปๆมาๆ เพื่อศึกษาทางด้านพุทธธรรม พระเวทย์ และสรรพเวทย์วิทยาการต่างๆ จนมีความสามารถหลายด้าน เช่น ล่องหนหายตัวได้ ตั้งแต่ครั้งเป็นสามเณร….และเมื่อท่านอายุครบบวชก็ได้เข้าอุปสมบท ณ.วัดเขาอ้อ โดยมีพระอาจารย์ทองเฒ่า ปรมาจารย์ผู้พร้อมด้วยอภิญญาแห่งวัดเขาอ้อ เป็นพระอุปัฌชาย์ พ่อท่านสมภารเกลื่อม เป็นพระกรรมวาจา เมื่อบวชแล้ว ท่านก็ได้ ถือวิเวกหลีกเร้น ไปถือปฏิบัติธรรม ณ.วัดประดู่เรียง ซึ่งเป็นวัดร้างมานานนม ซึ่งรกร้างว่างเปล่า เต็มไปด้วย ไอ้เข้ ไอ้โขง งูจงอาง งูพิษต่างๆชุกชุมมาก และที่สำคัญ คือเป็นดินแดนอาถรรพ์ ผีดุ จนเป็นที่เลื่องลือ ขยาดกลัว ของชาวบ้าน แถวนั้นมาหลายชั่ว อายุคน…ท่านได้ถือวิเวกอยู่ที่ณ.วัดประดู่เรียง ซึ่งเป็นวัดร้าง ตั้งแต่อายุท่านได้ 30ปี จนกระทั่งท่านและชาวบ้าน ได้ช่วยกันทำนุบำรุง ซ่อมแซม..ก่อสร้าง จนเป็นวัดได้สำเร็จ ในกาลต่อมา ลป.เล็ก ปุญญโก ท่านนี้…. ท่านพระครูสิทธิยาภิรัต พ่อท่านเอียด ดอนหลา… อดีตเจ้าอาวาส แห่งวัด ดอนศาลา อันลือนาม ผู้ถึงพร้อมด้วยด้วยอภิญญา และสรรพเวทย์วิทยาการ…คือถึงพร้อมด้วย บุญญฤทธิ์ อันประเสริฐ ท่านมีบุญญาภินิหารมากมายต่างๆ ได้ ยอมรับ และ กล่าวยกย่องท่านลป.เล็ก ปุญญโก ต่อหน้า ท่าน พ่อท่านปาล ปาลธัมโม วัดเขาอ้อ พ่อท่านคง วัดบ้านสวน และขุนพันธรักราชเดช ว่าลป.เล็ก ปุญญโก ท่านประดู่เรียง บรรลุภูมิธรรมขั้นสูงสุดมาแต่ครั้งหนุ่มๆ และ เน้นย้ำให้เคารพยำเกรงอยู่เสมอๆ ไม่จำเป็นอย่าได้ไปรบกวน ท่านพระครูสิทธิยาภิรัต พ่อท่านเอียด ดอนหลา… อดีตเจ้าอาวาส แห่งวัด ดอนศาลา อันลือนาม ให้ความเกรงใจต่อ ศิษย์น้องของท่าน ซึ่งคือ..ลป.เล็ก ปุญญโก เวลาท่านพ่อท่านเอียด ดอนหลา… กล่าวถึง ลป.เล็ก ปุญญโก อันเป็นพระคู่สวด และ สหธรรมิก คู่ใจ ขแองท่านคราใดๆ ท่านจะเรียก ลป.เล็ก ปุญญโก ด้วยความเกรงใจว่า ท่านประดู่เรียงจนติดปากทุกคราไป….

ลป.เล็ก ปุญญโก ได้จำพรรษาและเป็นเจ้าอาวาสปกครอง วัดประดู่เรียง มาตั้งแต่ราวปี พศ.2455 จนมาถึงแก่กาล มรณภาพ เมื่อปี พศ.2530…

เมื่อศิริอายุได้ 108ปีพอดี… เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดประดู่เรียง รุ่นแรก ปี 23 นิยม สภาพสวยเดิมๆ พระอาจารย์เล็ก ท่านจะไม่นิยมสร้างอิทธิวัตถุมงคล มีการร้องขอรบเร้ามาแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ท่านก็ไม่ยอม จนมาในช่วงระยะวัยชราภาพมากแล้วคณะศิษย์ของท่านนำโดยพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร วัดดอนศาลา ได้ขออนุญาตจัดสร้าง เมื่อปี 2523 ท่านจึงยอมให้สร้างเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ขึ้นมาจำนวน 9999 เหรียญ…

เหรียญนี้ได้ปลุกเสกมาครบ 3 ปี จนมาได้ประกอบพิธีพุทธาภิเสก ครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อปี พศ. 2525 ณ พระอุโบสถ วัดประดู่เรียง ในพิธีนี้ได้เกิดเหตุการณ์อันแปลกประหลาดขึ้นเมื่อพระอาจารย์เล็ก ปุญญโก ได้ทำพิธีจุดเทียนชัย ทันใดนั้นได้เกิดเสียงกัมปนาทหวาดไหว ขึ้นถึง3 ครั้ง พระอุโบสถซึ่งเป็นอิฐถือปูนได้สะเทือนเลื่อนลั่น ไหวสะท้านทั้งหลัง 3 ครั้งกระเบื้อง ดินเผาซึ่งมุงหลังคาพระอุโบสถได้ลั่นเกรียวกราว เนิ่นนาน จนเป็นที่ประหลาดใจ ทั้งพระคณาจารย์ พระสงฆ์องค์เจ้า และผู้ช่วยงานตลอดจนบุคคลหลายสิบคนที่ได้อยู่ร่วมพิธีในครั้งนั้น พระคณาจารย์ ที่รับนิมนต์มาร่วมประกอบพิธีพุทธาภิเสก เมื่อปี พศ. 2525 ครั้งนั้น ประกอบด้วยพระคณาจารย์ อันยิ่งยงลือนาม 16 รูปมานั่งปรกพุทธาภิเษก (ตามจำนวนพระคาถาพระเจ้า 16 พระองค์อันศักดิ์สิทธิ์) พระคณาจารย์ 16 รูป ได้แก่

1) พระอาจารย์เล็ก ปุญญโก

2) พ่อท่านหมุน วัดเขาแดงออก

3) พ่อท่านเจ็ก วัดเขาแดงตก

4) พระครูพิศิษย์บุญสาร (พระอาจารย์ปลอด ปุญญสโร) วัดหัวป่า ระโนด สงขลา

5) พระครูแก้ว ธมฺมิโก วัดโคกโดน พัทลุง

หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดงตะวันออก

9846122222

พ่อท่านหมุน ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.2439 ณ บ้านม่วง อ.เมือง จ.พัทลุง บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีพระอธิการรอด วัดควนกรวด เป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้งอายุครบอุปสมบท จึงเข้ารับการอุปสมบท ที่วัดปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี พระอธิการรอด วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า “ยสโร” อุปสมบทแล้วที่จำพรรษาที่ วัดเขาแดงตะวันออก อ.เมือง จ.พัทลุง มาโดยตลอด

พ่อท่านหมุน เป็นพระสงฆ์ที่ฝักใฝ่ในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จึงได้เลือกจำพรรษาที่วัดเขาแดงตะวันออก เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ห่างจากชุมชน มีธรรมชาติอันร่มรื่นและสงบเหมาะต่อการบำเพ็ญภาวนา นอกจากนี้ท่านยังมีความสนใจในเรื่องของวิทยาคมและไสยศาสตร์ จึงได้ไปเรียนวิชากับ พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักเขาอ้อ และมีกิตติคุณเลื่องลือตั้งแต่ภาคใต้ไปตลอดแหลมมลายู จนได้รับขนานนามว่า “ปรมาอาจารย์แห่งไสยศาสตร์ของภาคใต้” ซึ่งการไปเรียนวิชากับอาจารย์ทองเฒ่าทำให้พ่อท่านหมุนมีความสนิทสนมกับพระอาจารย์นำ ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเขาอ้อรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่พระอาจารย์นำมีอาวุโสกว่าพ่อท่านหมุนเล็กน้อย แต่มาเมื่อพระอาจารย์นำสึกออกไปเป็นฆราวาส พ่อท่านหมุนก็ยังคงอยู่ในเพศบรรพชิตมาโดยตลอดจนกระทั่งมรณะภาพ

พ่อท่านหมุน มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ เป็นพระเกจิอาจารย์หนึ่งเดียวของภาคใต้ก็ว่าได้ที่ได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลมากที่สุด ท่านร่วมพิธีปลุกเสกมาตั้งแต่ครั้งสมัยสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตามหายันต์และพระกลีบบัวมหาว่าน ที่วัดเขาอ้อ เมื่อ พ.ศ.2483 ไปร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตาโสฬสมงคลรุ่นแรก พ.ศ.2482 และพระซุ้มกอ พ.ศ.2485 ของวัดแหลมทราย จ.สงขลา ช่วงระหว่าง พ.ศ.2505-06 ที่วัดต่างๆ ทางภาคใต้พากันสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดกัน พ่อท่านหมุนก็ไปร่วมพิธีเสกด้วยทั้งนั้น แม้แต่พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดต่างๆ ก็ล้วนแต่อาราธนาพ่อท่านหมุนไปปลุกเสกด้วยเสมอ จังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ทั้งพัทลุง สงขลา สตูล ตรัง และปัตตานี ท่านไปร่วมปลุกเสกมาหมด

พ่อท่านหมุน ท่านมีตละมหาอำนาจเหมือนพระอาจารย์ทองเฒ่า เคยตวาดคนจนตลึงงุนงงขวัญเสีย ต้องทำน้ำมนต์รดเรียกขวัญจึงหายเป็นปกติมาแล้ว ครั้งหนึ่ง วัดเขาแดงตะวันออกจัดงานประจำปี มีมหรสพมาเล่นและคนมาเที่ยวในงานมากมาย ได้มีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง 5-6 คน มาเที่ยวงานแล้วดื่มสุราเมามายเที่ยวเอ็ดตะโรส่งเสียงดังในวัด แม้ว่าชายหนุ่มกลุ่มนั้นจะไม่หาเรื่องทะเลาะหรือทำรายร่างกายผู้อื่น แต่ก็ได้สร้างความรำคาญ พ่อท่านหมุน ท่านนั่งอยู่บนกุฏิมีลูกศิษย์และชาวบ้านนั่งอยู่ด้วยหลายคน ท่านบอกว่า “เดี๋ยวให้พวกมันมาทางนี้ก่อน” สักครู่เมื่อคนกลุ่มนั้นเดินส่งเสียงเอะอะผ่านมาทางหน้ากุฏิ พ่อท่านหมุนก็เยี่ยมหน้าออกไปแล้วพูดขึ้นว่า “พวกมึงมาเที่ยวแล้วเมาทำให้คนอื่นเขารำคาญอยู่กันตรงแหละพอหายเมาแล้วค่อยไป” แม้ว่าระยะจากกุฏิไปยังที่คนเมากลุ่มนั้นยืนอยู่จะมีระยะห่างกันมากพอสมควร แต่เสียงพ่อท่านหมุนก็ดังกึกก้องมีมหาอำนาจได้ยินไปทั่ว คนเมากลุ่มนั้นได้ยินต่างพากันตกตลึง ต่างพากันล้มลงกลิ้งเกลือกบนพื้นดินอยู่ตรงนั้น แม้จะพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วเดินออกจากที่นั่น แต่ก็เดินออกไปไม่ได้ ภายในรัศมีที่พ่อท่านหมุนกำหนด เลยเดินวนเวียนอยู่ในที่นั้นเหมือนเสือติดจั่น ทั้งเมาและทั้งเหนื่อยเลยพากันนอนหลักอยู่ที่นั้นด้วยกันหมดทุกคน ครั้งพอใกล้จะรุ่งหนังตะลุงเลิกและคนมาเที่ยวงานพากันกลับบ้านหมดแล้ว แต่ขี้เมากลุ่มนี้ก็ยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่ที่เดิม พอสว่างแดดเริ่มส่องและร้อนขึ้นเรื่อยๆ คนกลุ่มนี้ก็เริ่มฟื้นแต่ก็ยังงัวเงียและยังออกจากที่ตรงนั้นไม่ได้อีก จนพ่อท่านหมุนท่านร้องตะโกนมาจากบนกุฏิว่า “ถ้าหายเมาแล้วก็กลับๆ ไปเสีย ทีหลังก็อย่าทำความรำคาญในวัดอีก” นั่นแหละคนกลุ่มนั้นจึงพากันเดินออกจากบริเวณนั้นได้ แล้วก็พากันเข็ดขี้แตกขี้แตนกับพ่อท่านหมุนไปอีกนาน ถึงขนาดว่าไม่กล้าเข้ามาภายในวัดอีกเลย

พ่อท่านหมุน มีคุณวิเศษอย่างหนึ่งคล้ายๆ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต คือ จะมีคนเอาแผ่นทองมาปิดตามร่างกายท่านทั้งๆ ที่ยังมีชิวิตอยู่ เนื่องจากชาวบ้านบนบานขอให้ท่านช่วย พอสำเร็จสมปรารถนาจึงพากันมาปิดทองเป็นการแก้บน ตอนพ่อท่านหมุนทานมีชีวิตอยู่ หากใครไปกราบนมัสการก็จะเห็นว่าบางครั้งตามร่างกายของท่านมีแผ่นทองปิดอยู่เหลืองอร่ามเต็มไปหมด

พ่อท่านหมุน สร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแรกๆ ท่านสร้างเครื่องรางจำพวก ตะกรุด ผ้ายันต์ แหวนพิรอด ฯลฯ หลังจากนั้นก็มาสร้างพระปิดตา พระลีลา เป็นต้น ส่วนเหรียญและรูปเหมือนมาสร้างเอาเมื่อขึ้น พ.ศ.2500 มาแล้ว

การสร้างพระเครื่องของท่าน

การสร้างวัตถุมงคล หลวงพ่อหมุน เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพัทลุง ได้เริ่มสร้างวัตถุมงคลไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2484-2525 วัตถุมงคลจึงมีมากมาย ดังนี้

1 พระลีลาเกราะเพชร เนื้อโลหะผสมเงินยวง

2 พระปิดตาม เนื้อโลหะผสม

3 เหรียญปาฏิหารย์ (เหรียญพระเจ้าห้าองค์ พ.ศ.2513 และ 2525)

4 เหรียญรูปเหมือน เนื้อทองแดง พ.ศ.2516

5 รูปเหมือนลอยองค์ ปั๊มเนื้อทองเหลือง พ.ศ.2516

6 รูปเหมือนลอยองค์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516

7 รูปเหมือนนูนองค์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516

8 พระประจำวันทั้ง 7 วัน เนื้อว่าน สร้าง พฤศจิกายน 2484

9 พระสังกัจจายน์ เนื้อว่าน พ.ศ.2516

10 พระรูปเหมือนขนาดบูชา เนื้อโลหะ เนื้อปูนผสมว่าน

11 แหวนพิรอด เนื้อโลหะ

12 รูปเสือแกะจากเขี้ยวเสือ

13 ผ้ายันต์ ตะกรุด ลูกอมสวาท

หลวงพ่อดิษฐ์ วัดปากสระ

ffs151916

พระครูเนกขัมมาภิมณฑ์ (ดิษฐ์ ติสฺสโร) เป็นพระเกจิด้านไสยศาสตร์รูปหนึ่งของจังหวัดพัทลุง เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พศ.๒๔๒๑ ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม ๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลู เป็นบุตรนายแก้ว นางนุ้ย หนูแทน เกิดที่บ้านดอนตาสังข์ ต.ปรางหมู่ อ.เมือง พัทลุง ชีวิตในปฐมวัยไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนนัก แต่สืบทราบว่าท่านเป็นศิษย์ของอาจารย์รอด วัดควนกรวด ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเมื่ออายุได้ ๒๐ ปีที่วัดปรางหมู่ใน มีฉายาว่า ดิสฺสโร มีพระครูอินทโมฬีฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้จำพรรษาที่วัดควนกรวดประมาณ ๕ พรรษา จนถึงปี พศ.๒๔๔๖ ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากสระว่างลง ชาวบ้านได้นิมนต์ท่านมารับตำแหน่งสมภาร และจำพรรษาที่วัดนี้ตลอดมา ปี พศ.๒๔๘๙ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูเนกขัมมาภิมณฑ์ เจ้าคณะตำบลไชยบุรี อ.เมือง พัทลุง

จนกระทั่งถึงแก่มรณภาพที่วัดปากสระ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พศ. ๒๕๐๗ อายุ ๘๖ ปี พรรษา ๖๖

หลวงพ่อดิษฐ์ เป็นพระที่มีอัธยาศัยดี มีเมตตากรุณา ใจคอเยือกเย็น ถือสันโดษไม่ชอบการสะสมทรัพย์สินสมบัติใดๆ ชอบการอุปการะผู้อื่นโดยเฉพาะบุคคลยากไร้ ท่านจึงเป็นผู้ที่มีลูกศิษย์มากมาย ทั้งที่ประกอบอาชีพส่วนตัวและเล่าเรียนสำเร็จออกไปรับราชการในหน้าที่การงานสูงจำนวนไม่น้อย ลักษณะพิเศษของท่านคือมีนัยน์ตาคม บางคนเปรียบว่าตาของท่านเหมือนตางูก็มี หลวงพ่อดิษฐ์ชอบการต่อเรือ ถือว่าเป็นงานช่างที่ต้องอาศัยความสามารถสูงอย่างหนึ่ง เรือที่ท่านสร้างนั้นมีหลายลำสามารถออกทะเลแรมคืนไปต่างถิ่นได้ ส่วนเสนาสนะสงฆ์ท่านได้สร้างไว้หลายหลัง ที่ปรากฏอยู่ปัจจุบันเช่น พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ สระน้ำ และสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวัดปากสระ ได้ใช้เป็นสถานศึกษาของเยาวชนสืบมาจากโรงเรียนขนาดเล็กนักเรียนไม่ถึง ๑๐๐ คน เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีนักเรียนประมาณ๔๐๐ กว่าคน งานด้านพัฒนาที่ปรากฏชัดคือ การชักชวนชาวบ้านตัดตัดถนนจากวัดปากสระเชื่อมกับถนนสายพัทลุง-ควนขนุน ช่วยให้การสัญจรไปมาสะดวกสบายไม่ต้องเดือดร้อน ช่วยให้การทำมาหากินของชาวบ้านสะดวกเพิ่มขึ้น สมัยก่อนหมู่บ้านใกล้เคียงวัดปากสระเป็นแหล่งของบุคคลประพฤติมิชอบ มีการลักทรัพย์สิน วัวควายของชาวบ้านอยู่เป็นประจำ หลวงพ่อดิษฐ์ได้ใช้ความรู้ความสามารถของท่านช่วยขจัดปัดเป่าให้ผ่อนคลายลง กล่าวกันว่าท่านได้อาศัยวิทยาคมแก้ปัญหาของชาวบ้านสำเร็จลุล่วงมาด้วยดี คาถาอาคมของหลวงพ่อดิษฐ์ได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่ในวันฉลองอายุของท่านเองในปี พศ. ๒๕๐๖ เรียกว่า คัมภีร์พระเวทย์ หรือพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ ๑๐๘ พระคาถา มีความตอนหนึ่งท่านเขียนไว้ว่า ขอท่านจงใช้พระคาถาที่เห็นว่าดี มีประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น ไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนตนและผู้อื่น คนชั่วอยู่กับผีคนดีอยู่กับพระ มีธรรมคุ้มครองและนำคาถาที่ท่านปรารถนาไปใช้ในทางที่จะเกิดผลแก่ตนและผู้อื่น พระคาถานี้จะได้ผลสมประสงค์และศักดิ์สิทธ์จริง

หลวงพ่อดิษฐ์ ได้สร้างวัตถุมงคลไว้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ พระสังกัจจายน์พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก องค์พิมพ์ใหญ่มีพุทธลักษณะแบบขัดสมาธิเพชร ท้องพลุ้ย ปลายนิ้วชนกัน ส่วนพระสังกัจจายน์พิมพ์เล็กมีอักขระที่อกเป็นตัว นะ เส้นนูน หัวกลับ ด้านหลังมีอักขระเป็นตัว เฑาะว์สมาธิ และนอกจากนั้นยังมีพระปิดตา พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก,พระกลีบบัวเนื้อโลหะ.แหวนพิรอด,ลูกอม,ปลอกแขน,ผ้ายันต์และเสื้อยันต์ ฯลฯ วัตถุมงคลของหลวงพ่อดิษฐ์ล้วนแต่เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ว่าเป็นยอดทางด้านมหาอุดอยู่ยงคงกระพัน และมีเมตตามหานิยมแก่ผู้เป็นเจ้าของทั้งสิ้น เคยปรากฏเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับความขลังของวัตถุมงคลของท่านหลายครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือวันที่ ๑๐ กันยายน พศ.๒๕๒๐พระภิกษุช่วง เขมธมฺโม ผู้เป็นศิษย์ได้นำวัตถุมงคลจำนวนหนึ่งทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสทรงเสด็จพระราชดำเนินยกช่อฟ้าอุโบสถ วัดคูหาสวรรค์ อำเภอเมือง พัทลุง

หลวงพ่อดิษฐ์ นับได้ว่าท่านเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจิตใจชาวบ้าน โดยเฉพาะชุมชนใกล้วัดปากสระ ให้ฝักใฝ่ด้านประพฤติปฏิบัติธรรม และขยายไปในท้องที่หลายตำบล นับเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสังคมให้อยู่เย็นเป็นสุข ท่านเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยพรหมวิหาร ๔ จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านอย่างแท้จริง ปรากฏหลักฐานพยานคือ รูปปั้นเท่าองค์จริง ประดิษฐานอยู่ในศาลาด้านทิศเหนือพระอุโบสถ ทุกๆวันสำคัญจะมีชาวบ้านมาแก้บนที่รูปปั้นของท่าน ขอให้พ้นจากความเจ็บไข้ได้ป่วย ขอความปลอดภัยและโชคลาภต่างๆ ปัจจุบันนี้มิใช่มีแต่เพียงเฉพาะในท้องถิ่นบ้านปากสระเท่านั้น แต่มีชาวบ้านต่างถิ่นที่รู้เรื่องและศรัทธาต่างได้มาเคารพบูชาที่วัดนี้เป็นประจำเช่นกัน